สุดท้ายวันเสาร์ เราก็ต้องเฝ้าร้านและไปงานประชุมร้านทองที่สุขุมวิท 101 ใจก็แอบคิดว่าจะแว่บไปหาหนิงหลังกินเสร็จ ทำบัญชี นับสต็อค ปิดร้านก่อนชาวบ้านแล้วก็ฝ่าการจราจรไปก่อนเลย
ระหว่างรอร้านทองอื่นๆที่จะมา เตยก็โทรมาบอกว่า “หนิงเสียแล้ว” เมื่อกี้ ตอนนี้ก็มีเจ้าก้อนสีชมพูร้องไห้ตัวติดอยู่กับเตย และทางครอบครัวก็ทยอยกันเข้าไปบอกลา และแต่งตัวให้หนิงกันแล้ว ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาอันเป็นส่วนตัวประมาณสามชั่วโมง พรุ่งนี้ถึงจะย้ายหนิงไปที่วัดใหญ่ นครปฐมแต่เช้า อะไรประมาณนี้...
วันนี้ก็ไม่ควรไป ต้องให้เวลาเป็นส่วนตัวกับครอบครัวหนิงด้วย ...... เราเลยไม่ได้เยี่ยมไปตามที่บอกหนิงไว้จริงๆ .....
แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเศร้าโศกเสียใจ แต่สำหรับเรากับหนิง ก็คงไม่มีอะไรติดค้างกัน สบายใจได้นะเพื่อน... เราจะทำบุญกุศล (ตามที่หนิงแนะนำกานไว้) ให้มากที่สุดเลย
เคยมีคนบอกเราว่า บางคนเป็นเทวดา/นางฟ้าที่หนีมาเกิดบนโลกมนุษย์ ทำให้สวรรค์ต้องตามหา และเมื่อหาเจอ สวรรค์ก็จะดึงกลับไปทันที แล้วเวลาที่เค้าไป ก็มักจะมีฝนตกเหมือนท้องฟ้าก็ร่ำไห้ หรือมีพระอาทิตย์/พระจันทร์ทรงกลด เพื่อเป็นการต้อนรับกลับสู่สวรรค์ ...
แล้วเราก็เชื่ออย่างนั้นด้วยสิ เพราะชีวิตของหนิงก็เต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่นจากคนรอบข้าง ทั้งยังมีแต่ความสดใส (ออสการ์) ความซ่า (บองโจวี่) ความแสบๆคันๆ (ควีน) และความน่ารัก (คิกขุเนะ) และคำแนะนำดีๆ ที่คอยแบ่งปันให้กับเพื่อนๆ เสมอมา (ไม่เคยลืมไอติมถ้วยที่เราแย่งหนิงกินบนโต๊ะหินที่ราชินีเลย)
เราต้องขอบคุณกานที่ลากเราไปกินข้าวกับหนิงเมื่อต้นเดือน แม้จะไม่ได้เอ่ยคำลา แต่ภาพความทรงจำของเรากับหนิงในวันนั้นมันก็สดใจไวโอเล็ตเสมอนะ หนิงไม่ต้องห่วงอะไรอีกแล้ว เพื่อนๆจะคอยเทคแคร์คุณแม่คุณพ่อของหนิงให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ อย่างน้อยหนิงก็สบายใจได้นะ ว่าเราคนนึง ถึงแม้จะไม่ได้สนิทกับหนิงมากมาย แต่ก็จะไม่มีวันลืมหนิงและสิ่งดีๆ ที่หนิงได้ทำตลอดช่วงชีวิต เราต้องขอบคุณ ที่ทำให้หนิงทำให้เราเลิกประมาทในการดำรงชีวิต และปรับตัวเป็นดีมีศีลมีธรรมเหมือนคนอื่นๆ หวังว่าหนิงคงจะส่งแรงใจให้เราเป็นคนดีมาจากที่ใดสักแห่งบนฟากฟ้าตลอดไป
... ลาก่อนนางฟ้าหนิง!!!